เมื่อฮีโร่เดี่ยวไม่เพียงพอ ถึงเวลาที่เหล่ากลุ่มคนพิเศษต้องมารวมตัวกันเพื่อกอบกู้กาลเวลา DC’s Legends of Tomorrow หรือในชื่อไทย ดีซี รวมพลคนเหนือมนุษย์ คือซีรีส์ที่กล้าหาญพอที่จะไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองมากเกินไป แต่กลับมอบความสนุกและความตื่นเต้นได้อย่างลงตัว ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่เต็มไปด้วยแอ็กชัน อารมณ์ขัน และพล็อตบิดสุดเพี้ยน นี่แหละคำตอบ
| ชื่อต้นฉบับ | DC's Legends of Tomorrow |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2016 |
| แนว | บู๊, ผจญภัย, จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์, หนังชีวิต |
| ซีซัน/ตอน | 7 ซีซัน / 110 ตอน |
| ผู้กำกับ | Greg Berlanti |
| เรท | TV-14 |
| คะแนน TMDB | 7.3/10 (2,451 โหวต) |



เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ ไทม์มาสเตอร์ ผู้ลึกลับจากอนาคตได้รวบรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายสุดแสบมาร่วมทีมเพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่คุกคามเส้นเวลา ทีม Legends ต้องเดินทางข้ามยุคสมัย ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ไปจนถึงโลกอนาคต พวกเขาต้องเผชิญกับศัตรูทรงพลังอย่าง Vandal Savage และต่อมาก็มีภัยคุกคามที่ใหญ่กว่าเดิม ซีรีส์ดำเนินไปในแนวทางที่คาดเดาไม่ได้ มีทั้งโมเมนต์ดราม่า ตลก และซึ้งปนกันไป แต่ที่สำคัญคือไม่เคยทำให้ผู้ชมเบื่อ
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำอย่าง Caity Lotz ในบท Sara Lance หรือ White Canary คือหัวใจของทีม เธอแสดงความเป็นผู้นำและความเปราะบางได้อย่างยอดเยี่ยม Tala Ashe ในบท Zari Tarazi ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการพัฒนาในซีซันหลังๆ Jes Macallan (Ava Sharpe) มอบเคมีที่ลงตัวกับ Sara ขณะที่ Olivia Swann (Astra Logue) และ Adam Tsekhman (Gary Green) เพิ่มสีสันให้กับเรื่อง ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์และพัฒนาการที่น่าติดตาม แม้บางครั้งจะดูโอเวอร์แต่ก็เข้ากับบรรยากาศของซีรีส์
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Greg Berlanti และทีมงานทำได้ดีในการรักษาความสนุกของซีรีส์เอาไว้ งานภาพในแต่ละยุคสมัยมีสไตล์แตกต่างกัน ทำให้การเดินทางข้ามเวลาไม่น่าเบื่อ ฉากแอ็กชันถ่ายทอดออกมาได้ตื่นเต้น โดยเฉพาะการใช้พลังของตัวละครอย่างสร้างสรรค์ ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ทั้งในฉากดราม่าและตลก โดยรวมแล้วซีรีส์มีคุณภาพการผลิตที่คงที่ แม้งบประมาณอาจไม่สูงลิ่วแต่ก็ใช้ได้อย่างคุ้มค่า
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ DC’s Legends of Tomorrow แตกต่างจากซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นคือความไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเอง ซีรีส์รู้ดีว่ามันคืออะไรและเล่นกับความเพี้ยนของพล็อตได้อย่างสนุกสนาน การเดินทางข้ามเวลาช่วยให้ทีมเขียนบทได้สร้างสรรค์และไม่ซ้ำซาก แม้บางตอนอาจจะเวอร์เกินไป แต่ก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้แฟนๆ หลงรัก นอกจากนี้ซีรีส์ยังเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นหัวใจของเรื่อง กองบรรณาธิการมองว่านี่คือซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดูสำหรับคนที่ชอบความสนุกแบบไม่ต้องคิดมาก
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- เนื้อหาสนุก ตลก และไม่เครียดเกินไป
- การเดินทางข้ามเวลาสร้างความหลากหลายให้กับฉาก
- ตัวละครมีพัฒนาการและเคมีที่ดีต่อกัน
- แฟนคลับ Arrowverse จะได้เห็นครอสโอเวอร์สุดพิเศษ
จุดด้อย
- บางตอนเนื้อเรื่องดูเวอร์และไร้เหตุผล
- ซีจีบางฉากอาจดูไม่สมจริง
สรุป
ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่สนุก เบาสมอง และไม่เหมือนใคร DC’s Legends of Tomorrow คือคำตอบ ถึงแม้จะมีจุดอ่อนบ้าง แต่ความสนุกและความกล้าที่จะแตกต่างทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ควรค่าแก่การดู โดยเฉพาะแฟนๆ Arrowverse แล้วต้องไม่พลาด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
DC's Legends of Tomorrow ต้องดูเรื่องอื่นก่อนไหม?
ไม่จำเป็น แต่ถ้าดู Arrow และ The Flash มาก่อนจะเข้าใจตัวละครบางตัวมากขึ้น
ซีรีส์ดีซี รวมพลคนเหนือมนุษย์ จบหรือยัง?
จบแล้วที่ซีซัน 7 มีทั้งหมด 110 ตอน
Legends of Tomorrow ฉายที่ไหนในไทย?
สามารถรับชมได้ทาง Netflix และ HBO GO (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
ซีรีส์นี้เหมาะกับคนที่ชอบแนวไหน?
เหมาะกับคนที่ชอบซูเปอร์ฮีโร่ ตลก ผจญภัยข้ามเวลา และไม่ซีเรียสกับความสมจริง





