ซีรีส์เกาหลีแนวพีเรียดดราม่าเรื่อง Bossam Steal the Fate หรือชื่อไทยว่า โพซัม ลักชะตาท้าลิขิต กลับมาสร้างกระแสให้กับแนวละครอิงประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยพล็อตเรื่องที่ไม่เหมือนใครเกี่ยวกับการลักพาตัวหญิงหม้ายเพื่อแต่งงานใหม่ในยุคโชซอน แต่เมื่อพระเอกลักพาตัวผิดคน ชีวิตของทุกคนก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ซีรีส์เรื่องนี้มีความยาว 20 ตอน ลงจอในปี 2021 นำแสดงโดย จองอิลอู และ ควอนยูริ (SNSD) ซึ่งการแสดงของทั้งคู่ทำให้เรื่องราวโรแมนติกดราม่าน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
| ชื่อต้นฉบับ | 보쌈 – 운명을 훔치다 |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2021 |
| แนว | หนังชีวิต |
| ซีซัน/ตอน | 1 ซีซัน / 20 ตอน |
| ผู้กำกับ | Kwon Seok-jang |
| คะแนน TMDB | 6.8/10 (17 โหวต) |



เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคโชซอน บาอู (จองอิลอู) ชายหนุ่มผู้มีอาชีพรับจ้างทำ ‘บอซัม’ ซึ่งเป็นธรรมเนียมการลักพาตัวหญิงหม้ายไปแต่งงานใหม่เพื่อแลกกับเงิน เขาใช้ชีวิตเร่ร่อนและปิดบังตัวตนที่แท้จริง วันหนึ่งเขาวางแผนลักพาตัวหญิงหม้ายคนหนึ่ง แต่กลับลักพาตัวผิดตัว โดยหญิงสาวที่ถูกลักพาตัวไปคือ องค์หญิงซูคยอง (ควอนยูริ) ธิดาขององค์ชายกวังแฮ ผู้เพิ่งสูญเสียสามีในวันแต่งงาน เธอจึงกลายเป็นหม้ายในทันที การพบกันโดยบังเอิญของทั้งคู่นำไปสู่เหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิต และทำให้พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดและค้นหาความจริงทางการเมืองที่ซับซ้อน
งานการแสดงและตัวละคร
กองบรรณาธิการยกนิ้วให้กับ จองอิลอู ในบทบาอู เขาสามารถถ่ายทอดความเจ้าเล่ห์ ความดื้อรั้น และความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างลงตัว ส่วน ควอนยูริ ก็ไม่น้อยหน้า เธอแสดงบทองค์หญิงซูคยองที่ทั้งแข็งแกร่งและเปราะบางได้อย่างน่าประทับใจ เคมีระหว่างทั้งคู่ทำให้ฉากโรแมนติกมีความน่าเชื่อถือและอบอุ่นหัวใจ นอกจากนี้ ชินฮยอนซู ในบทอีแดยอบ ก็เล่นบทขุนนางหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ได้ดี ขณะที่ คิมแทอู ในบทองค์ชายกวังแฮ ก็เพิ่มมิติทางการเมืองให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้น
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ ควอนซอกจัง จัดการเล่าเรื่องได้อย่างมีชั้นเชิง ทำให้ซีรีส์ดำเนินไปอย่างไม่น่าเบื่อ ถึงแม้จะมี 20 ตอน แต่การวางปมและการคลายปมทำได้ดี ด้านภาพถ่ายทำออกมาสวยงามสมกับเป็นซีรีส์พีเรียด เครื่องแต่งกายและฉากต่างๆ ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ โดยเฉพาะในช่วงฉากดราม่าหรือโรแมนติก ทำให้ผู้ชมอินไปกับเรื่องราวได้อย่างง่ายดาย
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
จุดเด่นของ Bossam Steal the Fate คือการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับสถานภาพของผู้หญิงในสังคมโชซอน โดยเฉพาะหญิงหม้ายที่ถูกบังคับให้แต่งงานใหม่ผ่านพิธีบอซัม ซีรีส์ตั้งคำถามถึงความอยุติธรรมและเสรีภาพในการเลือกคู่ครองของสตรีในอดีต แม้จะเป็นแนวพีเรียด แต่เนื้อหาสะท้อนถึงปัญหาสังคมที่ยังร่วมสมัย นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างการเมือง ความรัก และแอ็คชั่นก็ทำได้ลงตัว แม้ว่าในบางช่วงอาจยืดเยื้อไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่คุ้มค่าแก่การรับชมสำหรับคนรักแนวประวัติศาสตร์ผสมโรแมนซ์
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- พล็อตเรื่องแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับการลักพาตัวหญิงหม้าย
- การแสดงของนักแสดงนำทั้งคู่ทำได้ดี มีเคมีเข้ากัน
- งานสร้างและเครื่องแต่งกายสวยงามสมจริง
- ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ได้ดี
- เนื้อหาสะท้อนปัญหาสังคมเรื่องสิทธิสตรี
จุดด้อย
- บางช่วงดำเนินเรื่องช้าและยืดเยื้อ
- บทของตัวละครรองบางตัวยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
สรุป
โดยรวมแล้ว Bossam Steal the Fate เป็นซีรีส์พีเรียดที่ทำออกมาได้ดี มีทั้งความโรแมนติก ดราม่า และการเมืองที่น่าติดตาม หากคุณเป็นแฟนซีรีส์เกาหลีย้อนยุคหรือชอบผลงานของจองอิลอูและควอนยูริ เรื่องนี้ไม่ควรพลาด ถึงแม้จะมีความยาวและบางช่วงอาจยืดเยื้อ แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุนดูจนจบ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Bossam Steal the Fate ฉายที่ไหน?
ซีรีส์เรื่องนี้สามารถรับชมได้ทางแพลตฟอร์ม Viu และ TrueID ในประเทศไทย
Bossam Steal the Fate จบยังไง?
เราขอไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าตอนจบมีความสุขสมหวังตามแบบซีรีส์โรแมนติกดราม่า
Bossam Steal the Fate สนุกไหม?
สนุกสำหรับคนที่ชอบซีรีส์พีเรียดแนวโรแมนซ์การเมือง มีทั้งดราม่าและแอ็คชั่นผสมผสานกัน
Bossam Steal the Fate มีกี่ตอน?
ซีรีส์มีทั้งหมด 20 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 60 นาที





