ในโลกของซีรีส์สายบู๊ที่เต็มไปด้วยพระเอกหนุ่มไฟแรงและแอ็กชันสุดมันส์ ดิ โอลด์ แมน (The Old Man) กลับชูธงของชายชราผู้มากประสบการณ์มาเป็นตัวเอก ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ที่ยากจะหาที่ไหนเสมอเหมือน เจฟฟ์ บริดเจส ในบทแดน เชส อดีตสายลับที่หลบซ่อนตัวมานานกว่าสามสิบปี ต้องกลับมาใช้ทักษะเก่าเพื่อเอาชีวิตรอด ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การไล่ล่าที่ตื่นเต้น แต่ยังเต็มไปด้วยชั้นเชิงทางอารมณ์และความซับซ้อนของตัวละครที่ชวนให้ติดตาม
| ชื่อต้นฉบับ | The Old Man |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2022 |
| แนว | บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต |
| ซีซัน/ตอน | 2 ซีซัน / 15 ตอน |
| ผู้กำกับ | Jonathan E. Steinberg |
| เรท | TV-MA |
| คะแนน TMDB | 7.2/10 (449 โหวต) |
ดู ดิ โอลด์ แมน ได้ที่ไหน
Disney+


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ดิ โอลด์ แมน เล่าเรื่องของแดน เชส (เจฟฟ์ บริดเจส) อดีตสายลับซีไอเอที่ใช้ชีวิตสันโดษในเวอร์มอนต์กับสุนัขคู่ใจ วันหนึ่ง มือสังหารปริศนาพยายามลอบสังหารเขา แดนจึงต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและหนีออกจากบ้าน เขาติดต่อแฮโรลด์ ฮาร์เปอร์ (จอห์น ลิโธโกว์) เพื่อนเก่าจากซีไอเอที่กำลังตามล่าเขาเช่นกัน การไล่ล่าข้ามประเทศนำไปสู่การเปิดเผยความลับในอดีตที่เกี่ยวข้องกับฟาราซ ฮัมซาด (นาวิด เนกาบาน) เจ้าหน้าที่ชาวอัฟกานิสถานผู้ทรงอิทธิพล และเอมิลี เชส (อลิอา ชอว์แคท) ลูกสาวของแดนที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญในเกมนี้
งานการแสดงและตัวละคร
เจฟฟ์ บริดเจส มอบการแสดงที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือในบทแดน เชส ชายชราที่ทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน สายตาที่เฉียบคมและท่วงท่าที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ทำให้ทุกฉากแอ็กชันดูสมจริง จอห์น ลิโธโกว์ ในบทแฮโรลด์ ฮาร์เปอร์ เพื่อนคู่ปรับที่ซับซ้อนทางอารมณ์ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เคมีระหว่างบริดเจสและลิโธโกว์สร้างความตึงเครียดและความลึกซึ้งให้กับเรื่อง อลิอา ชอว์แคท ในบทลูกสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับอดีตของพ่อ ก็แสดงได้โดดเด่นไม่น้อย นักแสดงสมทบอย่างนาวิด เนกาบานและเอมี่ เบรนเนแมนก็ช่วยเสริมให้เรื่องราวสมบูรณ์แบบ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับโจนาธาน อี. สไตน์เบิร์ก (จาก Black Sails) และทีมงานสร้างสรรค์ซีรีส์ที่ดูมีสไตล์และคลาสสิก การใช้ภาพมุมกว้างและแสงที่เน้นความจริงจังช่วยสร้างบรรยากาศของความระทึกขวัญ ฉากแอ็กชันถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ไม่เน้นความเร็วแต่เน้นความสมจริง เช่น ฉากต่อสู้ในบ้านที่ต้องใช้ไหวพริบและทักษะ ดนตรีประกอบโดยเดวิด เบนจามิน สเตนเบิร์กและเจฟฟ์ รุสโซ ช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่องได้อย่างลงตัว ทั้งในช่วงที่เงียบสงบและในช่วงที่ตึงเครียด
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการของเรามองว่า ดิ โอลด์ แมน เป็นซีรีส์ที่ท้าทายความคาดหวังของผู้ชม ด้วยการนำเสนอตัวเอกที่เป็นชายชราแต่กลับมีความสามารถเหนือมนุษย์ในแบบที่สมจริง ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การไล่ล่าแต่ยังเป็นการสำรวจจิตใจของคนที่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตที่ตนพยายามหนี การเขียนบทที่เฉียบคมและการดำเนินเรื่องที่ชวนติดตามทำให้ผู้ชมได้คิดตามถึงประเด็นเรื่องความภักดี การไถ่ถอน และความสัมพันธ์ของพ่อลูก จุดแข็งอีกอย่างคือการสร้างตัวละครที่ซับซ้อน ไม่มีใครดีหรือร้ายอย่างชัดเจน ทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จังหวะการเล่าเรื่องที่ช้าในบางช่วงอาจไม่ถูกใจผู้ที่ชอบแอ็กชันรวดเร็ว แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบดราม่าผสมสายลับ ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า
นักแสดงนำ






จุดเด่น
- การแสดงระดับมาสเตอร์คลาสของเจฟฟ์ บริดเจสและจอห์น ลิโธโกว์
- บทที่ซับซ้อนและลึกซึ้ง มีการพัฒนาตัวละครที่ดี
- ฉากแอ็กชันสมจริง ไม่เว่อร์วัง
- บรรยากาศและงานภาพมีสไตล์
จุดด้อย
- จังหวะการดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าในบางตอน
- เนื้อเรื่องบางช่วงอาจซับซ้อนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สรุป
ดิ โอลด์ แมน เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องที่เน้นตัวละครและความซับซ้อนทางอารมณ์มากกว่าแอ็กชันระเบิดภูเขาไฟ หากคุณเป็นแฟนของเจฟฟ์ บริดเจสหรือชอบเรื่องราวสายลับที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง ซีรีส์เรื่องนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่ถ้าคุณต้องการความมันส์แบบรวดเร็ว กระชับ อาจจะต้องปรับตัวสักหน่อย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดิ โอลด์ แมน มีกี่ซีซั่น?
ปัจจุบันมี 2 ซีซั่น รวม 15 ตอน (ซีซั่น 1 มี 7 ตอน ซีซั่น 2 มี 8 ตอน)
ดิ โอลด์ แมน สร้างจากหนังสือหรือเปล่า?
ใช่ ซีรีส์สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันของโทมัส เพอร์รี (Thomas Perry) ตีพิมพ์ในปี 2017
ดิ โอลด์ แมน เหมาะกับคนที่ชอบซีรีส์แนวไหน?
เหมาะกับคนที่ชอบซีรีส์สายลับดราม่าเข้มข้น เช่น Homeland หรือ The Americans แต่มีโทนที่ช้ากว่าและเน้นตัวละครมากกว่า
ดิ โอลด์ แมน มีฉากแอ็กชันเยอะไหม?
มีฉากแอ็กชันบางส่วนแต่ไม่เยอะมาก เน้นความสมจริงและสติปัญญามากกว่าการต่อสู้ยืดเยื้อ





