เมื่อโลกในอดีตกลายเป็นเพียงความทรงจำ มนุษยชาติต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่โหดร้าย: เราจะเอาชีวิตรอดด้วยการเสียสติหรือเสียศีลธรรม? The 100 หรือ 100 ฝ่าโลกมฤตยู ไม่ใช่แค่ซีรีส์ไซไฟที่ว่าด้วยการเอาชีวิตรอด แต่คือบททดสอบจิตใจมนุษย์ในสถานการณ์สุดขีด ที่ทุกการตัดสินใจมีแต่ทางเลือกที่เลวร้ายทั้งสิ้น
| ชื่อต้นฉบับ | The 100 |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2014 |
| แนว | จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์, บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต, อาชญากรรม |
| ซีซัน/ตอน | 7 ซีซัน / 100 ตอน |
| ผู้กำกับ | Jason Rothenberg |
| เรท | TV-14 |
| คะแนน TMDB | 7.9/10 (8,749 โหวต) |
ดู 100 ฝ่าโลกมฤตยู ได้ที่ไหน
Amazon Prime Video
iflix


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หนึ่งศตวรรษหลังจากสงครามนิวเคลียร์ทำลายล้างโลก สถานีอวกาศ ‘อาร์ค’ ซึ่งเป็นที่อยู่ของมนุษยชาติที่เหลือรอด กำลังเผชิญกับปัญหาทรัพยากรที่ใกล้หมดลง เพื่อความอยู่รอด พวกเขาจึงส่งเยาวชนนักโทษ 100 คนลงไปยังพื้นผิวโลกที่เคยเชื่อกันว่ารังสีทำให้อยู่อาศัยไม่ได้ ภารกิจของพวกเขาคือการสำรวจและหาแหล่งที่อยู่อาศัยใหม่
แต่เมื่อลงมาถึง กลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้กลับพบว่าโลกไม่ได้ตายสนิท พวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายจากธรรมชาติ สัตว์กลายพันธุ์ และที่สำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอดจากมนุษย์ด้วยกันเอง การตัดสินใจครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อความอยู่รอดของกลุ่ม ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง ‘คนดี’ และ ‘คนเลว’ เลือนรางลงไปทุกที
งานการแสดงและตัวละคร
Eliza Taylor ในบท Clarke Griffin คือหัวใจของเรื่อง เธอแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากเด็กสาวเปราะบางสู่ผู้นำที่ต้องแบกรับภาระการตัดสินใจที่โหดร้ายที่สุด ได้อย่างน่าเชื่อถือ ส่วน Bob Morley ในบท Bellamy Blake ก็มีเคมีที่เข้ากันกับ Clarke อย่างลงตัว การปะทะกันระหว่างความเป็นผู้นำสองแบบของพวกเขา สร้างมิติให้เรื่องราวไม่น่าเบื่อ
นักแสดงสมทบอย่าง Marie Avgeropoulos ในบท Octavia Blake ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เธอถ่ายทอดการเติบโตจากเด็กสาวที่ถูกขังมาตลอดชีวิต สู่หญิงนักรบที่แข็งแกร่งได้อย่างทรงพลัง และ Richard Harmon ในบท John Murphy คือตัวละครที่ทำให้ผู้ชมเกลียดแต่ก็อดสงสารไม่ได้ เขาคือภาพสะท้อนของมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวที่สุดภายใต้สถานการณ์คับขัน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Jason Rothenberg ผู้สร้างและผู้กำกับหลัก สามารถสร้างบรรยากาศของโลกหลังวันสิ้นโลกได้อย่างสมจริง การใช้โลเคชั่นถ่ายทำกลางแจ้งที่กว้างใหญ่ สื่อถึงความโดดเดี่ยวและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่กลับมาครองโลกได้อย่างดี งานภาพแม้จะไม่ได้สวยงามแบบหนังฟอร์มยักษ์ แต่ก็ถ่ายทอดอารมณ์ของความสมจริงและโหดร้ายได้ตรงตามโทนเรื่อง
ดนตรีประกอบโดย Evan Frankfort และ Marc Dauer ช่วยเสริมสร้างอารมณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในฉากแอ็กชันและฉากที่ตึงเครียด เสียงดนตรีจะเร่งจังหวะให้หัวใจเต้นตาม แต่ในขณะเดียวกัน ในฉากที่เศร้าหรือตราตรึงใจ ดนตรีจะเบาลงเหลือเพียงเสียงธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ผู้ชมอินไปกับตัวละครได้มากขึ้น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
เมื่อมองผิวเผิน The 100 อาจดูเหมือนซีรีส์วัยรุ่นเอาชีวิตรอดทั่วไป แต่เมื่อดูไปเรื่อย ๆ จะพบว่ามันคือการทดลองทางศีลธรรมครั้งใหญ่ คำถามที่ซีรีส์ตั้งขึ้น เช่น ‘การฆ่าคนเพื่อช่วยคนส่วนใหญ่ ถูกต้องหรือไม่?’ หรือ ‘เมื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ต้องแลกกับความเป็นมนุษย์ เราจะเลือกอะไร?’ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เหนือกว่าความบันเทิงทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ The 100 ต่างจากซีรีส์แนวเดียวกันคือการไม่กลัวที่จะฆ่าตัวละครหลัก โดยไม่มีความรู้สึกว่าใครปลอดภัย สร้างความตึงเครียดให้ทุกตอน และบีบให้ผู้ชมตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลา การตัดสินใจของตัวละครไม่ได้มีคำว่าถูกหรือผิด มีเพียงผลลัพธ์ที่ต้องยอมรับ ซึ่งเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดและสมจริง
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- เนื้อเรื่องเข้มข้น ไม่กลัวที่จะฆ่าตัวละครหลัก สร้างความตึงเครียดได้ตลอด
- การพัฒนาตัวละครที่ซับซ้อนและสมจริง โดยเฉพาะตัวละครหลักที่ต้องแบกรับความผิด
- ประเด็นทางศีลธรรมที่ท้าทาย ทำให้ผู้ชมได้ขบคิดตาม
- แฟนตาซีวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้ และการเมืองระหว่างกลุ่มที่ซับซ้อน
จุดด้อย
- ซีซันท้ายๆ เนื้อเรื่องอาจดรอปและยืดเยื้อไปบ้าง
- ตัวละครบางตัวอาจถูกเขียนให้ตัดสินใจหุนหันพลันแล่นจนดูไม่สมเหตุสมผล เพื่อผลักดันพล็อต
สรุป
The 100 เป็นซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดูสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนววิทยาศาสตร์-ดราม่า และไม่กลัวที่จะตั้งคำถามกับศีลธรรมของตัวเอง แม้ช่วงท้ายอาจไม่ดีเท่าตอนต้น แต่โดยรวมแล้วเป็นผลงานที่กล้าเล่าเรื่องราวเข้มข้น มีตัวละครที่จดจำได้ และทิ้งข้อคิดไว้มากมาย หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่ดูแล้วไม่รู้สึกว่าเสียเวลา The 100 คือคำตอบ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซีรีส์ The 100 ดัดแปลงมาจากนวนิยายหรือไม่?
ใช่ The 100 ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Kass Morgan โดยเนื้อหาซีรีส์มีความแตกต่างจากหนังสือพอสมควร โดยเฉพาะการเพิ่มเติมตัวละครและเนื้อเรื่องย่อย
The 100 มีทั้งหมดกี่ซีซัน และจบลงแล้วหรือยัง?
The 100 มีทั้งหมด 7 ซีซัน โดยซีซันสุดท้ายออกอากาศในปี 2020 และได้จบเรื่องราวลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
The 100 เหมาะกับผู้ชมอายุเท่าไร?
The 100 เรตติ้ง TV-14 ในสหรัฐฯ เนื่องจากมีความรุนแรง ฉากเลือด และธีมที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับวัยรุ่นตอนปลายขึ้นไป และผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบซีรีส์ดราม่าเอาชีวิตรอด
The 100 กับ The 100 (ภาษาจีน) เกี่ยวข้องกันหรือไม่?
ไม่เกี่ยวข้องกัน The 100 (ภาษาจีน) หรือ 'The 100: การเอาชีวิตรอด' เป็นซีรีส์จีนที่สร้างจากนิยายของนักเขียนจีน มีเนื้อเรื่องต่างกันโดยสิ้นเชิง





