เมื่อชีวิตสาวสังคมชั้นสูงต้องพลิกผันเข้าสู่เรือนจำหญิง ‘ออเรนจ์ อีส เดอะ นิว แบล็ค’ ไม่ใช่แค่ซีรีส์อาชญากรรม แต่เป็นกระจกสะท้อนสังคมอเมริกันที่ทั้งขมและเฮฮาในเวลาเดียวกัน กองบรรณาธิการของเราขอพาคุณไปสำรวจโลกที่เต็มไปด้วยสีสันของมนุษย์ในเครื่องแบบนักโทษ ที่นี่ไม่มีขาวหรือดำ มีแต่สีส้มที่กลืนทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
| ชื่อต้นฉบับ | Orange Is the New Black |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2013 |
| แนว | หนังชีวิต, ตลก, อาชญากรรม |
| ซีซัน/ตอน | 7 ซีซัน / 91 ตอน |
| ผู้กำกับ | Jenji Kohan |
| เรท | TV-MA |
| คะแนน TMDB | 7.6/10 (2,818 โหวต) |
ดู ออเรนจ์ อีส เดอะ นิว แบล็ค ได้ที่ไหน
Netflix


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
Piper Chapman หญิงสาวที่มีชีวิตเพียบพร้อม ถูกตัดสินจำคุก 15 เดือนในข้อหาค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับอดีตคนรัก Alex Vause เมื่อสิบปีก่อน เธอต้องทิ้งชีวิตหรูหราในนิวยอร์กเข้าสู่เรือนจำ Litchfield ที่ซึ่งความจริงของระบบเรือนจำอเมริกันถูกเปิดโปง ซีรีส์ค่อยๆ เผยให้เห็นเบื้องหลังของนักโทษแต่ละคน ตั้งแต่แม่บ้านไปจนถึงผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้คุมและผู้ต้องขังกลายเป็นแกนหลักของเรื่องราวที่ทั้งขบขันและสะเทือนใจ
งานการแสดงและตัวละคร
Taylor Schilling สร้างตัวละคร Piper ที่เป็นทั้งผู้ชมและตัวละครหลักได้อย่างสมจริง การเดินทางของเธอจากคนขี้กลัวกลายเป็นคนแข็งแกร่งคือหัวใจของซีรีส์ แต่ที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือทีมนักแสดงสมทบที่ทำให้เรือนจำมีชีวิต Kate Mulgrew รับบท Red แม่ครัวจอมโหดที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องหลังความดุ นาตาชา ลียอนในบท Nicky สาวติดยาที่มีมุกตลกเสียดสี และ Uzo Aduba รับบท Crazy Eyes ที่ทำให้คำว่า ‘บ้า’ กลายเป็นความน่าเห็นใจ การแสดงของทุกคนทำให้ผู้ชมลืมไปว่าพวกเขากำลังดูนักแสดงที่สวมชุดนักโทษ เพราะพวกเขาคือนักโทษจริงๆ ในทุกอารมณ์
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Jenji Kohan ผู้สร้าง ‘Weeds’ นำสไตล์การเล่าเรื่องแบบผสมผสานระหว่างดราม่าและตลกร้ายมาใช้ได้อย่างลงตัว ภาพของเรือนจำถูกถ่ายทอดออกมาในโทนสีหม่นแต่มีชีวิตชีวาด้วยการจัดแสงที่เน้นความอึดอัดและความหวัง สลับกับฉากแฟลชแบ็คที่สดใสกว่าของชีวิตนอกคุก ดนตรีประกอบโดย Gwendolyn Sanford และ Brandon Jay เลือกใช้เพลงอินดี้และเพลงเก่าที่เข้ากับอารมณ์ของแต่ละตอน โดยเฉพาะเพลงเปิด ‘You’ve Got Time’ ของ Regina Spektor ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ‘ออเรนจ์ อีส เดอะ นิว แบล็ค’ โดดเด่นคือการตั้งคำถามกับระบบยุติธรรมและเพศสภาพ ซีรีส์ไม่กลัวที่จะพูดถึงชนชั้น สีผิว และความเหลื่อมล้ำผ่านตัวละครหญิงที่หลากหลาย ทั้งที่หลายครั้งถูกมองข้ามในสื่อกระแสหลัก การดำเนินเรื่องแบบไม่เร่งรีบแต่มีชั้นเชิงทำให้ผู้ชมค่อยๆ เข้าใจว่าทุกคนมีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าความผิดที่พวกเขาทำ กองบรรณาธิการมองว่านี่คือซีรีส์ที่กล้าเล่าเรื่องที่ไม่มีใครอยากได้ยิน แต่จำเป็นต้องได้ยิน
นักแสดงนำ










จุดเด่น
- การพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้งและสมจริง
- ความหลากหลายของมุมมองและประเด็นทางสังคม
- การผสมผสานระหว่างดราม่าและตลกได้อย่างลงตัว
จุดด้อย
- บางช่วงของซีซันหลังๆ เนื้อเรื่องยืดเยื้อ
- ตัวละครหลักบางตัวอาจสร้างความรำคาญให้ผู้ชมบางคน
สรุป
ออเรนจ์ อีส เดอะ นิว แบล็ค คือซีรีส์ที่ควรค่ากับการดูสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องที่เข้มข้นและมีมิติ แม้จะมีความยาวถึง 7 ซีซัน แต่คุณภาพของการแสดงและบททำให้การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่า หากคุณพร้อมที่จะเปิดใจรับเรื่องราวของมนุษย์ที่หลากหลายในเรือนจำหญิง ซีรีส์นี้จะทำให้คุณหัวเราะ ร้องไห้ และตั้งคำถามไปพร้อมๆ กัน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ออเรนจ์ อีส เดอะ นิว แบล็ค มีกี่ซีซัน?
ซีรีส์มีทั้งหมด 7 ซีซัน จำนวน 91 ตอน จบลงในปี 2019
ซีรีส์สร้างจากเรื่องจริงหรือเปล่า?
ใช่ ซีรีส์ดัดแปลงจากบันทึกความทรงจำของ Piper Kerman ที่ใช้ชื่อเดียวกับซีรีส์ แต่มีการแต่งเติมและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางส่วน
ซีรีส์นี้เหมาะกับคนที่ชอบแนวไหน?
เหมาะกับคนที่ชอบซีรีส์ดราม่าตลกที่มีเนื้อหาเข้มข้น สะท้อนสังคม เช่น Weeds, Wentworth หรือ Breaking Bad
ทำไมชื่อซีรีส์ถึงเป็น Orange Is the New Black?
ชื่อนี้เป็นการเล่นคำจาก 'สีส้มคือสีดำใหม่' ซึ่งสื่อถึงชุดนักโทษสีส้มที่กลายเป็นแฟชั่นใหม่ในเรือนจำ และยังสะท้อนว่าชีวิตในคุกคือความจริงใหม่ที่ตัวละครต้องเผชิญ





