เมื่อหลุมขนาดยักษ์เปิดขึ้นกลางกรุงลอสแอนเจลิส พร้อมกับดูดผู้คนนับร้อยลงไปยังดินแดนที่ไม่รู้จัก ‘ลาเบรีย’ ได้นำเสนอปมปริศนาที่ชวนติดตามและความอยู่รอดในโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีใครคาดคิด
ซีรีส์เรื่องนี้ผสมผสานความระทึกขวัญและดราม่าเข้ากับแนววิทยาศาสตร์สุดล้ำ ได้ใจผู้ชมทั่วโลกไปแล้ว และนี่คือรีวิวฉบับเต็มจากกองบรรณาธิการของเรา
| ชื่อต้นฉบับ | La Brea |
|---|---|
| ปีออกอากาศ | 2021 |
| แนว | จิตนิมิตแนววิทยาศาสตร์, หนังชีวิต, บู๊, ผจญภัย |
| ซีซัน/ตอน | 3 ซีซัน / 30 ตอน |
| ผู้กำกับ | David Appelbaum |
| เรท | TV-14 |
| คะแนน TMDB | 7.4/10 (1,618 โหวต) |
ดู ลาเบรีย ผจญภัยโลกดึกดำบรรพ์ ได้ที่ไหน
HBO Max


เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ใจกลางลอสแอนเจลิส ผู้คนหลายร้อยชีวิตตกลงไปยังอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยอันตราย ทั้งสัตว์ป่าดึกดำบรรพ์ โรคภัย และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้รอดชีวิต พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางกลับบ้าน ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ครอบครัวและหน่วยงานรัฐบาลพยายามค้นหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น และทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือพวกเขากลับมาได้
ซีรีส์ดำเนินเรื่องด้วยการเล่าแบบคู่ขนานระหว่างสองโลก คือโลกปัจจุบันที่เบื้องบน และโลกดึกดำบรรพ์ที่เบื้องล่าง สร้างความตึงเครียดและปริศนาที่ค่อยๆ เฉลยออกมาทีละน้อย โดยไม่มีการสปอยล์ตอนจบ แต่รับรองว่าเส้นเรื่องจะพาคุณไปไกลเกินคาด
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำอย่าง Eoin Macken ในบท Gavin Harris แสดงถึงความเป็นพ่อที่มุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อค้นหาลูกสาวได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ Zyra Gorecki ในบท Izzy Harris ลูกสาวพิการแต่แกร่งกล้า ก็เป็นหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชม
ส่วน Chiké Okonkwo ในบท Ty Coleman และ Josh McKenzie ในบท Lucas Hayes ก็ช่วยเสริมมิติให้เรื่องราวมีความเข้มข้นมากขึ้น การแสดงของทีมนักแสดงช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี แม้บางตัวละครอาจจะยังพัฒนาไม่เต็มที่นัก แต่โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานกำกับของ David Appelbaum ทำได้ดีในการสร้างบรรยากาศของโลกดึกดำบรรพ์ที่ทั้งสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ภาพถ่ายมุมสูงและ CGI ของสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ทำได้สมจริง ชวนให้อินไปกับฉากแอ็กชันและการเอาชีวิตรอด
ดนตรีประกอบช่วยเสริมอารมณ์ได้อย่างเหมาะเจาะ ทั้งในฉากตื่นเต้นและฉากดราม่า ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวได้ตลอดเวลา
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ‘ลาเบรีย’ น่าสนใจไม่ใช่แค่พล็อตเรื่องการเอาชีวิตรอด แต่คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับครอบครัว ความหวัง และการเสียสละ ซีรีส์นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด
อีกทั้งยังมีการสอดแทรกประเด็นทางสังคม เช่น การพิการ การยอมรับความแตกต่าง และการทำงานเป็นทีม ทำให้ซีรีส์มีมิติมากกว่าหนังแอ็กชันทั่วไป แม้บางช่วงอาจจะยืดเยื้อไปบ้าง แต่โดยรวมก็ถือเป็นการตีความแนววิทยาศาสตร์-ผจญภัยที่น่าจับตามอง
นักแสดงนำ







จุดเด่น
- พล็อตเรื่องไม่เหมือนใคร ผสมผสานโลกดึกดำบรรพ์กับยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
- ตัวละครมีมิติ โดยเฉพาะตัวละครหลักที่มีพัฒนาการชัดเจน
- งานสร้างและ CGI ทำได้สมจริง ชวนติดตาม
จุดด้อย
- บางตอนดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย อาจทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกเบื่อ
- ปมบางอย่างถูกเฉลยช้าเกินไป หรือทิ้งปริศนาไว้โดยไม่คลี่คลาย
สรุป
โดยรวม 'ลาเบรีย' เป็นซีรีส์ที่ให้ทั้งความบันเทิงและข้อคิด ถึงแม้จะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่ก็คุ้มค่าที่จะดู โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบแนวผจญภัยและไซไฟ หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่แตกต่างและชวนติดตาม ลาเบรียคือคำตอบที่ใช่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลาเบรีย มีกี่ซีซันและกี่ตอน?
ลาเบรีย มีทั้งหมด 3 ซีซัน รวม 30 ตอน จบเรื่องแล้ว
ลาเบรีย ดูได้ที่ไหน?
ลาเบรีย สามารถรับชมได้ทาง Netflix ในประเทศไทย (อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบอีกครั้ง)
ลาเบรีย สร้างจากเรื่องจริงหรือไม่?
ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์หลุมยุบที่เกิดขึ้นจริงในลอสแอนเจลิส และแนวคิดเรื่องประตูสู่ยุคดึกดำบรรพ์
ลาเบรีย เหมาะกับคนดูแบบไหน?
เหมาะสำหรับคนที่ชอบซีรีส์แนวผจญภัย เอาชีวิตรอด ผสมกับไซไฟและดราม่าครอบครัว เช่น ซีรีส์ Lost หรือ Terra Nova





